Profil von ★CraZy‘InLovE+ CraZy`InLovE ~*FotosBlogListenMehr Extras Hilfe

+ CraZy`InLovE ~*

“ความรัก” ก็เหมือนกะหัวหอม ระหว่างการปลอกหอมทีละชั้น ระหว่างเรียนรู้กันและกันทีละขั้น..เป็นธรรมดาที่อาจต้องมีน้ำตา
Image Hosted by ImageShack.us
08 Februar

9 วิธีพัฒนาสมองแบบไม่ต้องลงทุน

9 วิธีพัฒนาสมองแบบไม่ต้องลงทุน

1. จิบน้ำบ่อยๆ เพราะสมองประกอบด้วยน้ำถึง 85 เปอร์เซ็นต์ เซลล์ สมองก็เหมือนต้นไม้ที่ต้องการน้ำหล่อเลี้ยง ถ้าขาดน้ำเมื่อไหร่ ต้นไม้ก็จะเหี่ยวแห้ง ส่งผลให้การส่งข้อมูลช้า กลายเป็นคนคิดช้า หรือคิดไม่ค่อยออก

2. หมั่นทานไขมันดีเป็นประจำทุกวัน เนื่องจากสมองเป็นก้อนไขมัน จำเป็นต้องมีไขมันดีไปทดแทนส่วนที่สึกหรอ อาหารบำรุงสมอง มีอาทิ น้ำมันปลา, สารสกัดใบแปะก๊วย, ปลาที่มีไขมันดี เช่น ปลาแซลมอน, นมถั่วเหลือง, วิตามินรวม และน้ำมันพริมโรสช่วยให้เซลล์ชุ่มน้ำ ส่วนวิตามินซีเพิ่มความสดชื่นกระปรี้กระเปร่า

3. นั่งสมาธิวันละ 12 นาทีหลังจากตื่นนอนทุกเช้า เพื่อให้สมองได้ผ่อนคลายอย่างเต็มที่ กระตุ้นให้เกิดจินตนาการเห็นภาพ และมีความคิดสร้างสรรค์

4. หัวเราะและยิ้มบ่อยๆทุกครั้งที่ยิ้มหรือหัวเราะ จะมีสารเอนโดรฟิน หรือสารแห่งความสุขหลั่งออกมา ช่วยกระตุ้นให้หัวใจอบอุ่น เกิดความรักและความหวังดีต่อคนรอบข้าง

5. ใส่ความตั้งใจกับสิ่งที่จะทำอย่างเต็มที่ เหมือนเป็นการป้อนโปรแกรมสมองว่า นี่คือสิ่งที่ต้องเกิดขึ้น ระหว่างวันสมองจะปรับพฤติกรรมเราให้ไปสู่เป้าหมายนั้นๆ ทำให้ประสบความสำเร็จในสิ่งต่างๆ เพราะสมองไม่แยกระหว่างสิ่งที่ทำจริงกับสิ่งที่เกิดขึ้น ทั้งสองอย่างจึงเป็นเสมือนสิ่งเดียวกัน

6. เรียนรู้สิ่งใหม่ๆทุกวัน หมายถึงสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน เช่น อ่านหนังสือเล่มใหม่, ทานอาหารร้านใหม่, รู้จักเพื่อนใหม่ และแลก เปลี่ยนวิธีการทำงานใหม่ๆกับเพื่อนร่วมงาน การเรียนรู้สิ่งใหม่ๆทำ ให้สมองหลั่งสารเอนโดรฟินและโดปามีน เป็นสารแห่งการเรียนรู้ กระตุ้นให้อยากเรียน รู้และสร้าง สรรค์ไปเรื่อยๆ

7. ให้อภัยตัวเองทุกวันความโกรธทำให้เปลืองพลังงานสมอง อย่างน้อยๆถ้าให้อภัยผู้อื่นไม่ได้ ก็ลองลดภาระของสมอง ด้วยการให้อภัยตัวเอง

8. ฝึกเขียนขอบคุณสิ่งดีๆในชีวิต เพราะการเขียนเรื่องดีๆทำให้สมองคิดเชิงบวก พร้อมกับหลั่งสารเคมีดีๆออกมา ช่วยให้หลับฝันดี ตื่นมาทำสมาธิได้ง่าย และมีความคิดสร้างสรรค์

9. ฝึกหายใจลึกๆ สมองใช้ออกซิเจน 20-25 เปอร์เซ็นต์ของออกซิเจนที่เข้าสู่ร่างกาย การฝึกหายใจเข้าลึกๆ จึงเป็นการส่งพลังงานที่ดีไปยังสมอง ควรนั่งหลังตรงเพื่อให้ออกซิเจนเข้าสู่ร่างกายได้มากขึ้น 20 เปอร์เซ็นต์ ถ้านั่งทำงานนานๆ แนะนำให้เปลี่ยนบรรยากาศลุกขึ้นเดินยืดเส้นยืดสายบ้างให้ปอดขยาย

06 Februar

สิ่งที่เรียนรู้เมื่ออายุปูนนี้กับ..โน๊ต อุดม

 

สิ่งที่เรียนรู้เมื่ออายุปูนนี้กับ ...โน๊ต อุดม


1. มนุษย์ต้องการสิ่งที่ตนเองไม่มี
2. เวลาที่เราวิ่งมารับโทรศัพท์จากที่ไกลๆ เมื่อถึงโทรศัพท์ เสียงมันมักจะหยุด เราจะช้าไป 1 จังหวะเสมอ
3. ถ้าแอบรักใคร อย่าฝากใครไปบอก บอกด้วยตัวเองจะดีกว่า
4. เวลาสั่งอาหารไว้นานแล้วยังไม่ได้สักที ให้พูดว่าไม่เอาจะได้เร็ว
5. ถ้าเรียกเก็บเงินแล้วไม่มีใครมาเก็บเสียที ให้ลุกขึ้นทำท่าจะกลับทั้งโต๊ะ จะมีพนักงานพุ่งมาทันที
6. ปลูกต้นลั่นทมไว้หน้าบ้าน ไม่เกี่ยวอะไรกับความทุกข์ระทมของตัวเราเลย
7. ระวังคนขายโรตี ที่เพิ่งเดินออกมาจากป่าละเมาะ, พุ่มไม้, ซอกตึก อย่าตัดสินใจซื้อจนกว่าเขาจะล้างมือ
8. ไม่มีสัจจะในร้านตัดเสื้อ
9. ระวังคนที่แสดงออกว่าเป็นคนดีมากๆ
10. อย่าซื้อทุเรียนมาปอกเอง
11. หนังสือดี คือหนังสือที่เราชอบอ่านหนังดีคือ หนังที่เราชอบดู
12. อยากให้คนอื่นรู้เรื่องที่เรานินทามากๆ อย่าลืมย้ำบ่อยๆ ว่าอย่าบอกใครนะ
13. อย่าทิ้งกระดาษชำระไว้ในชามก๋วยเตี๋ยว คนล้างจะเสียความรู้สึก
14. เรียกยามว่าซีเคียวรีตี้ การ์ด ยามจะตั้งใจโบกรถ
15. อย่าซื้ออะไรที่ต้องเอามาซ่อมต่อ
16. รถในเมืองไทยพวงมาลัยอยู่ทางขวา แต่ฝาน้ำมันไม่อยู่ขวาเสมอไป
17. ไปเที่ยวต่างจังหวัดกับเพื่อนไม่ต้องเอายาสีฟันไปก็ได้ ยังไงเพื่อนต้องมี
18. ตลาด อ.ต.ก. มาจากคำว่า เอเวอรี่ติง เกินราคา
19. เวลาดูหนังโรง ควรจำว่ากระปุกน้ำอยู่ด้านไหน
20. ตัดผมวันพุธได้ ไม่บาป
21. คนไม่กินเนื้อ ไม่ได้แปลว่าเป็นคนดีเสมอไป
22. เวลาบ้วนน้ำยาลิสเตอรีนออกจากปาก ให้หลับตาด้วย
23. ปูอัด มันทำจากปลา
24. กินก๋วยเตี๋ยวจากตะเกียบไม้อร่อยกว่า
25. อย่าไปจ่ายตลาดเวลาหิว เราจะซื้อมาเยอะเกินจำเป็นเสมอ
26. ในโลกนี้จะชอบมีคนมาทักอยู่ 2 ประเภทเท่านั้น ประเภทแรก อ้วนขึ้นนะ กับประเภทที่ 2 ผอมลงนะ ไม่มีใครเข้ามาทักว่าปกติดีนี่ไปทำอะไรมา
27. คนที่เอาหมวกตำรวจ หรือชุดตำรวจแขวนไว้หลังรถมิใช่เพราะบ้านเค้าไม่มีตู้ เค้าไม่ได้ลืม เค้าแค่กลัวคนไม่รู้ว่าเขาทำอาชีพอะไร 
 28. คนที่มีรถทะเบียนเลขเดียวเรียงติดกันหลายๆ ตัว เป็นคนธรรมดาเหมือนกับเรา
29. คนที่มีความรู้มากๆ เขามักจะใช้ความรู้ขังจินตนาการ
30. ฟู่ฟ่าเดี๋ยวก็วาย เรียบง่ายอยู่ได้นาน
31. จงอย่าอิจฉาคนอื่น แต่จงใช้ชีวิตให้คนอื่นอิจฉา
32. เวลาที่เปิดหนังสือให้เพื่อนดู หน้าที่ตัวเองพูดถึงมักจะหาไม่เจอ
33. ขนมและน้ำในโรงหนัง จะแพงกว่าข้างนอก
34. ห้องน้ำผู้หญิง ผู้ชายเข้าไปดูเป็นพวกโรคจิต, ห้องน้ำผู้ชาย ผู้หญิงเข้ามาดูเป็นแม่บ้าน
35. เวลารถติด เลนอื่นมักไปได้เร็วกว่าเลนเราเสมอ
36. ถ้าเราขับรถไม่ทันไฟเขียวเป็นคันสุดท้าย ให้คิดว่าเดี๋ยวเราจะได้ไปเป็นคันแรก
37. ถ้ามีการแนะนำตัวว่า "นี่เพื่อนฉัน" หมายความว่า "แฟนฉัน"
38. ถ้ามีการแนะนำตัวว่า "นี่แฟนฉัน" หมายความว่า "ผัว/เมียฉัน"

 

 

 

13 September

ผลงานชิ้นล่าสุด วาดเสร็จแย้วก๊าปปป...


Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket  Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

Ps. ชมแย้วมีความคิดเห็นยังไง..รบกวนวิจารณ์ด้วยน่ะคร้าบ! จะได้เอาไปปรับปรุงแก้ไขต่อไป อิอิ
( ดูแบบเต็มๆทั้ง Gallery ได้ที่ : http://crazyfeaw.spaces.live.com/photos/cns!F6D234D54CA4C47F!503 )

Photo Sharing and Video Hosting at PhotobucketPhoto Sharing and Video Hosting at PhotobucketPhoto Sharing and Video Hosting at PhotobucketPhoto Sharing and Video Hosting at PhotobucketPhoto Sharing and Video Hosting at Photobucket

19 Juli

สัจธรรมของชีวิต !!

อยากรู้อะไรมั้ย?
สัมผัสความจริงจัยจาก...ตอแหล
คนที่นายเคยบอก “กูรัก กูแคร์”
สุดท้ายก็เผยธาตุแท้ หึ…ส้นตีน

เออ...เพิ่งจะรู้กูมันเลว
เป็นเลดี้ห่าเหว ไม่มีศีล
ขี้โมโห ขี้หึง นิดหน่อยวีน
เหม็นกลิ่นฟอร์มาลีน...ไม่มีน้ำยา

เมื่อก่อนกูหวานทำเป็นอาย
กูนัวเนียรอบกาย ที่รักจ๋า
เดี๋ยวนี้กูหวาน "อาวกระโถนมา"
กูนัวเนีย ขอเหอะว่ะ "ไกลๆตีน"

เมื่อก่อนกูอ้อน น่ารักจัง
เดี๋ยวนี้อ้อนมั่ง "อย่าเล่นลิ้น"
เมื่อก่อนหอมแก้มเป็นอาจิณ
เดี๋ยวนี้ได้กลิ่นเป็นอาเจียร

เมื่อก่อนเจอกัน อ่ะของฝาก
เดี๋ยวนี้ เมิงอยาก ก็ซื้อดี๊
เมื่อก่อนขับรถรับส่งฟรี
เดี๋ยวนี้เฮ้ย! แท๊กซี่ เอาอีนี่ไป

เมื่อก่อนร้องไห้คอยกอดปลอบ
ป่าวประกาศช๊อบ ชอบบบบ คนอ่อนไหว
เดี๋ยวนี้กูร้องไห้ โอ้ย...เป็นรัย
อ่ะ กระแดะเข้าไป อยากได้อะไร บอกดีๆ

เมื่อก่อนยิ้มให้ โหย...ใจเต้น
เดี๋ยวนี้ยิ้มให้เห็น "กูปวดขี้"
เมื่อก่อน เฮ้ย..ขาว ว๊าว ดูดี
เดี๋ยวนี้ซีดยังกะผี ดูมันชม

เมื่อก่อนข้ามถนนเดินจูงมือ
ข้าวของเงี้ยช่วยถือ กลัวเราล้ม
เดี๋ยวนี้ยกมือขึ้นพนม
โอม เพี้ยง...ให้มันล้ม รถเหยียบคอ

เมื่อก่อนสาวมองทำเป็นเงียบ
เดี๋ยวนี้ขอเบอร์เพียบ ไอ้หน้าม่อ
เมื่อก่อนจะไปไหน เดี๋ยวป๋มรอ
เดี๋ยวนี้ไม่ง้อ จะไปไม่ไป…

เมื่อก่อนทำอะไรผิด โอ้ย…นิดหน่อย
เดี๋ยวนี้ เดี๊ยะ ต่อย…ดีๆหน่อยได้มั้ย?
เมื่อก่อนใครมอง โกรธเป็นไฟ
เดี๋ยวนี้ ใครอยากได้ กูให้ฟรี

เมื่อก่อนกินข้าวเดี๋ยวป๋มจ่าย
ก็นะ…เกรงจัย คุณเป็นเลดี้
เดี๋ยวนี้…หลอกแดกกูฟรีๆ
เซ็งจังอีนี่เกาะกูกิน

เมื่อก่อนกูงอน ทำเป็นง้อ
โวยวายตัดพ้อ ชีวิตจะสิ้น
เดี๋ยวนี้กูงอน ทำท่าจะบิน
“ งั้นเลิก ” ฟังจนชิน ต้องง้อมัน

เมื่อก่อนโทรตามเอาใจใส่
เดี๋ยวนี้โทรไปปิดซะงั้น
เมื่อก่อนแมสเสจส่งทั้งวัน
เดี๋ยวนี้เครื่องสั่น ลืมจ่ายตังค์

ก็แค่…อยากให้นายรู้บ้าง
คบแล้วทิ้งขว้าง รักมั่ง ไม่รักมั่ง
ถ้าเล่นๆ ก็บอกดิ่ “ไม่จริงจัง”
จะเผื่อใจไว้คราวหลัง หลายๆคน

พวกนายเจ้าชู้ เออ…ก็ได้
แต่ไม่อยากจะเป็นควายหลายๆหน
มากๆชักจะหมด ความอดทน
ดี้ก็คนปถุชนธรรมดา

แต่นี่บอก ไม่เจ้าชู้ กูละเบื่อ
ในสต๊อกที่เหลือมันใครหว่า?
ทำเป็นรักเดียวใจเดียว ออกหน้าออกตา
ใครตอแหล มารยา “ คิดอีกที ? ”

กูโนะเนะก็บอกกูกระแดะ
กูกระแซะก็ว่า กูกะหรี่
กูเฉยๆ ก็ว่าหยิ่งสิ้นดี
กูอ้อนที ก็บอก “น่ารำคาญ”

กูไม่รับโทรศัพท์ เชิญไปบวช
พอกูรับ 5 สายรวด โถ…อีร่าน
กูบอกไม่มีแฟนล่ะหน้าบาน
พอจีบติดไปนานๆ ก้อ ทิ้งกู !!
 

เราอาจจะหาความหมายของทุกสิ่งมาตลอดชีวิต

แล้ววันหนึ่งเราก้อพบว่า………
เพียงแค่มีบางชีวิตก้อมีความหมายแล้ว

มนุษย์เกิดขึ้นมาท่ามกลางความโดดเดี่ยว
พร้องด้วยหัวจัยคนละหนึ่งดวง
เมื่อมนุษย์สองคนมาพบกัน เราจึงเรียนรู้ว่า

1 + 1 อาจจะยังเท่ากับ 1

แต่ความโดดเดี่ยวนั้นหายปัย
ที่เล็ก ๆ ขนาดไม่ใหญ่โตไปกว่ากำปั้น
ที่ทำหั้นเราอยู่ร่วมกันบนโลกใบนี้
อวัยวะที่สะกดด้วยอักษรง่ายๆ
ใช้แทนคำว่า “ รัก ” ด้ายเป็นอย่างดี

ความรัก ที่ประทับจัยขอเก็บไว้นัยจัยแล้วอมยิ้มนะ
ความรัก ที่ไม่ประทับจัยขอเก็บไว้เป็นประสบกาน
ความรัก ที่ทำให้ผู้อื่นเป็นความภูมิจัยแบบเก็บไว้เอง
ความรัก ที่ทำเพื่อตัวเองนั้นไม่เรียกว่ารัก
ความรัก ที่คุนเจอนัยอดีตขอห้ายเป็นความทรงจำที่แสนดี
ความรัก ที่คุนเจอในปัจจุบันขอให้สมหวังกันทุกคน
ความรัก ที่คุนเจอในอนาคตให้อธิฐานกันเอาเองน้าค้า

“ ถ้าออกซิเจนทำห้ายชีวิตดำรงอยู่ด้าย
ความรักนั้นก้อทำห้ายการมีชีวิตนั้นมีความหมายมากขึ้น ”
 

Image Hosted by ImageShack.us

24 Mai

จุดเริ่มต้น และ จุดจบ

จุดจบ...ทำให้เกิด...การเริ่มต้น

เธอจบทุกอย่างวันนี้

เธอก็จะได้เริ่มต้นทุกอย่างในวันพรุ่งนี้

หากเธอเริ่มวันใหม่ได้อย่างเข้มแข็ง

ชีวิตที่เหลือของเธอก็จะเข้มแข็ง

การเริ่มต้นที่ดี..ต้องเริ่มจากมองโลกในแง่ดี

โลกที่ยังมีอะไรให้เธอค้นหา

โลกที่กลางวัน...มีดวงตะวันกลมโตสาดแสงอันอบอุ่น

ท่ามกลางสีฟ้าใสกระจ่าง

โลกที่ยามค่ำคืน...มีหมู่ดาวเป็นร้อยพันไว้ให้นอนนับ

โลกที่มีเวลาให้เธอวันละ 24 ชั่วโมง

ให้เธอได้ค้นหาว่าอะไรที่เธออยากทำแต่ไม่เคยลงมือ

อะไรบ้างที่เธอฝันแต่ไม่เคยตามหา

เริ่มต้นคำถามแรกว่า....เธอต้องการอะไร ?

.... อย่ามัวเสียเวลา ....

กับถนนสายหนึ่งที่เธอแค่เดินมาจุดสุดทาง

ทางที่เธอเดินต่อไปต่างหาก...ที่ สำคัญ
21 April

นี่หรือ? คือการงโทษ

วันหนึ่งเมื่อยังเด็ก แอนดี้น้องชายของฉันนั่งอยู่ที่มุมห้องนั่งเล่น...ในมือข้างหนึ่งมีปากกาหนึ่งด้าม

ขณะที่ในมืออีกข้างหนึ่งก็ถือหนังสือสะสมราคาแพงของพ่อ แอนดี้คงจะปีนขึ้นไปหยิบจากบนชั้นหนังสือ

เมื่อพ่อเดินเข้ามาในห้อง...แอนดี้ก็ก้มหน้างุดและทำท่ากระสับกระส่าย

เขารู้ตัวดีเชียวละว่ากำลังทำผิด แม้จากระยะไกลฉันก็เห็นรอยขีดเขียนเปรอะไปทั่วบนหน้าหนังสือของพ่อ  

และตอนนี้แอนดี้ก็กำลังจ้องมองพ่อตาโตด้วยความหวาดหวั่น รอคอยที่จะถูกทำโทษ พ่อหยิบหนังสือขึ้นมามอง

แล้วก็ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้โดยไม่พูดอะไรสักคำ หนังสือทุกเล่มมีความหมายต่อพ่อมาก หนังสือคือความรู้

และหนังสือเล่มนั้นก็เป็นหนังสือสะสมราคาแพง แต่ในขณะเดียวกันท่านก็เป็นพ่อที่รักลูกมาก

..สิ่งที่พ่อทำในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้านั้นยอดเยี่ยมมาก แทนที่ท่านจะลงโทษหรือดุแอนดี้ หรือแม้แต่ตำหนิความซุกซน


พ่อกลับนั่งลง หยิบปากกาในมือแอนดี้ขึ้นมาถือไว้...แล้วก็เขียนอะไรบางอย่างลงในหน้าหนังสือสือสะสมราคาแพงนั่นเสียเอง

พ่อเขียนที่ข้างๆ ลายเส้นที่แอนดี้ขีดว่า "ภาษาของแอนดี้ เมื่ออายุสองขวบ"


ต่อไปนี้ไม่ว่าครั้งไหนที่พ่อหยิบหนังสือเล่มนี้ขึ้นมาเปิด พ่อก็จะเห็นใบหน้าน้อยๆ ที่น่ารักและดวงตาที่สดใสของลูก

ลูกทำให้หนังสือเล่มนี้ของพ่อมีความหมาย เหมือนกับที่พี่ๆของลูกนำความหมายมาสู่ชีวิตของพ่อเหมือนกัน


" ว้าว..." ฉันคิด นี่หรือคือการลงโทษของพ่อ? นานๆ ครั้งฉันก็จะหยิบหนังสือที่สะสมไว้

มาให้ลูกหลานของฉันขีดเขียนเล่น ทุกครั้งที่มองดูลายมือหยุกหยิกเหล่านั้น

ฉันก็จะนึกถึงสิ่งที่พ่อทำในวันนั้น ซึ่งนั่นก็คือ 'คนที่เรารัก ไม่ใช่วัตถุสิ่งของ'


ลองมองย้อนดูตัวคุณเอง...ในแต่ละวันเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นได้อยู่เสมอ

เช่นคุณนั่งกินข้าวกับภรรยาอยู่ที่ร้านอาหาร เธอหวังดีอยากจะเทซอสให้คุณ

แต่..มันกลับหกไปเลอะเสื้อตัวเก่งของคุณ และคุณก็ทำสีหน้าที่ตำหนิเธอ แถมด้วยคำพูดว่า

"เดี๋ยวผมเทเองก็ได้"

นอกจากคำขอโทษที่เธอพร่ำบอก น้ำตาใสๆก็เริ่มเอ่อขึ้นในใจเช่นเดียวกัน

เพราะอาหารมื้อนั้นไม่มีรสชาติสำหรับเธอเสียแล้ว แต่ถ้าคุณบอกกับเธอว่า ถ้าซักไม่ออกก็ไม่เป็นไรหรอก

เมื่อผมหยิบเสื้อตัวนี้มาใส่อีก ผมจะหวนนึกถึงร้านอาหารนี้ ทุกครั้งไปที่ได้มีโอกาสมาทานข้าวกับคุณ และ..

ได้คิดถึงทุกครั้งว่าภรรยารักและเอาใจใส่ผมมากเท่าใด อยากปรนนิบัติเอาใจ (จนเทซอสหกใส่ผม)

แต่ว่าคราวหน้าที่เราออกมาทานข้าวข้างนอกกัน ผมจะเป็นคนเทซอสให้คุณมั่งล่ะ (ทีนี้ตาผมมั่ง)

แบบนี้รอยยิ้มจากหัวใจของเธอก็เริ่มโบยบิน และแค่นี้คุณได้ลงโทษเธอให้ระวังมากขึ้นแล้วล่ะ


สิ่งที่มีค่าต่อชีวิตคนเรานั้นไม่ใช่นาฬิกาเรือนละแสน หรือเนคไทเส้นละหลายพัน แต่เป็นความอบอุ่นในหัวใจที่คุณรู้ว่า

...มีใครคนหนึ่งเฝ้ารักเฝ้าถนอมความรู้สึกคุณอยู่ตลอดเวลาต่างหาก


เหมือนดังเรื่องของพ่อ... เมื่อพ่อขอบคุณพระเจ้า

...ที่ประทานเด็กน้อยคนนี้มาให้ขีดเขียนบนหนังสือแสนหวงของพ่อ


พ่อได้สอนให้ฉันรู้ว่า...'อะไรกันแน่ที่มีค่าต่อชีวิตของเราอย่างแท้จริง'

 ..แล้วคุณล่ะ เคยลงโทษใครด้วยความรักหรือยัง ? 

Image Hosted by ImageShack.us

27 Januar

ก่อนที่จะรัก เมื่อได้รัก เมื่อไร้รัก

 
* * * ก่อนที่จะรัก * * *

๏ ก่อนที่จะรัก. . .คุณพร้อมที่จะอกหักหรือยัง
๏ ก่อนที่จะรัก. . . คุณพร้อมที่จะเลิกเจ้าชู้ได้หรือยัง
๏ ก่อนที่จะรัก. . . คุณรัก หรือ คุณหลง ถามตัวเองก่อน

* * *เมื่อได้รัก* * *

๏ เมื่อได้รัก. . .คุณปฏิบัติตัวเหมือนก่อนที่จะรักหรือป่าว
๏ เมื่อได้รัก. . . คุณอย่าเอา รัก ไปรวมกับ เซ็กส์เพราะเป็นคนละเรื่องกัน
๏ เมื่อได้รัก. . . คุณรัก หรือ คุณผูกพัน กันแน่ (เพราะบางคนหมดรักแล้วแต่ไม่เลิก เพราะความผูกพันนั่นแหละ)

* * *เมื่อไร้รัก* * *

๏ เมื่อไร้รัก. ..คุณจะกลับมาอยู่คนเดียวเหมือนเดิมได้หรือเปล่า
๏ เมื่อไร้รัก. . . คุณจะทนจากความเจ็บปวดนั้นได้แค่ไหน
๏ เมื่อไร้รัก. . .คุณพร้อมที่จะเปิดใจให้คนอื่นอีกหรือป่าว

ความรัก ไม่มีนิยามตายตัว
ไม่มีความหมายที่แน่นอน
ไม่มีความรู้สึกที่แน่แน่ว

...ดูแลความรักของคุณให้ดีที่สุด
ก่อนที่คุณจะไม่มีความรักให้ดูแลอีกเลย
 

Image Hosted by ImageShack.us

24 Januar

คุณเลือกที่จะ สลักไว้บนผืนทราย หรือ จารึกไว้บนก้อนหิน ?

 
เรื่องเล่าว่า..มีคน 2 คนเป็นเพื่อนกัน
ต่างร่วมเดินทางไปในทะเลทราย
ระหว่างทาง..เกิดโต้เถียงขัดแย้ง ไม่เข้าใจกัน
เพื่อนคนหนึ่ง..พลั้งลงมือ ตบหน้าอีกฝ่าย
คนถูกทำร้าย เจ็บปวด..แต่ไม่เอ่ยวาจา..
กลับเขียนลงบนผืนทรายว่า

“ วันนี้..ฉันถูกเพื่อนรักตบหน้า ”

พวกเขายังคงเดินทางต่อ..กระทั่งถึงแหล่งน้ำ
พวกเขาตัดสินใจอาบน้ำ ชำระกาย
พลันคนที่ถูกตบหน้ากลับจมน้ำ..
เพื่อนอีกคนไม่รั้งรอ เข้าช่วยชีวิต
คนรอดตาย..ยังคงไม่เอ่ยวาจา..
กลับสลักลงไปบนหินใหญ่..
 
“ วันนี้...เพื่อนรักช่วยชีวิตฉันไว้ ”

อีกคนไม่เข้าใจ..ถามว่า..
“ เมื่อถูกฉันตบหน้า..เธอเขียนลงทราย - แล้วทำไมเมื่อครู่..ต้องสลักบนหิน ”

อีกคนยิ้มพราย กล่าวตอบ..

“ เมื่อถูกเพื่อนรักทำร้าย..เราควรเขียนมันไว้บนทราย
ซึ่งสายลมแห่งการให้อภัย จะทำหน้าที่พัดผ่าน..ลบล้างไม่เหลือ
แต่เมื่อมีสิ่งที่ดีมากมาย..บังเกิด
เราควรสลักไว้บนก้อนหินแห่งความทรงจำในหัวใจ..
ซึ่งจะไม่มีสายลมแรงเพียงใด..ลบล้างทำลาย ”

Image Hosted by ImageShack.us

12 November

เจ้าหญิงอ่อนไหว กับ เจ้าชายขี้เหงา

เนิ่นนานมาแล้ว....มีเจ้าหญิงแห่งความอ่อนไหว
ผู้ซึ่งอาศัย อยู่บนภูเขาแห่งดอกไม้ อยู่หนึ่งคน
เธอมีดวงตาที่อ่อนไหว
นัยน์ตาอ่อนโยนคู่นั้นมีแววของความโศกเศร้าอยู่เบื้องลึก
ที่ถูกกลบเกลื่อน ด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ
เธออาศัยอยู่บนภูเขาแห่งดอกไม้นั้นเพียงลำพัง 

จนกระทั่ง มีเจ้าชายแห่งความเหงา เดินทางมาพบภูเขาลูกนี้โดยบังเอิญ
สีสันของดอกไม้หลายๆดอก ทำให้เจ้าชายหยุดอยู่ที่นี่ ราวกับถูกมนต์สะกด
เจ้าชายมองเห็นเจ้าหญิง ผ่าน ดอกไม้กลีบใสๆ
ทันทีที่พบกับเจ้าหญิงแห่งความอ่อนไหว เจ้าชายรู้สึกรักเธอตั้งแต่แรกพบ
หากแต่เจ้าหญิง มิได้รู้สึกเฉกเช่นเดียวกับเจ้าชาย เธอกลับรู้สึกว่า

เขาเป็นใครเหตุใดจึงมาพบ ภูเขาแห่งนี้ได้ และด้วยสายตาคู่นั้น
ยิ่งทำให้เจ้าหญิง ไม่คิดจะไว้ใจ ชายคนนี้เลย
เจ้าชายแห่งความเหงา ตะโกนบอกเจ้าหญิง ว่า

เราจะไม่มาทำความรู้จักกันหน่อยหรือ เจ้าหญิง แห่งความอ่อนไหว
เมื่อได้ยินคำดังกล่าว จึงเดินตามเสียงตะโกนนั้นไป

หลังจากที่ได้รู้จักกันแล้ว เจ้าชายแห่งความเหงา ตัดสินใจได้ทันทีว่า
เขาพร้อมที่จะหยุดการเดินทาง ที่ภูเขาแห่งนี้ การสนทนาของคนทั้งคู่
ทำให้พวกเขา ผูกพันกันมากขึ้น
เจ้าหญิงแห่งความอ่อนไหว เริ่มมีใจให้กับเจ้าชาย 

จนกระทั่งเธอลืมดูแลดอกไม้ทั้งมวล ดอกไม้บนภูเขา พากันล้มตาย เจ้าหญิง
เอาใจใส่ เพียงแค่เจ้าชายคนรัก
เจ้าชายแห่งความเหงา เริ่มเฉยชากับเจ้าหญิง
เมื่อหล่อนไม่คิดจะทำอะไรนอกเสียจาก การได้พูดคุย หรือการได้รักตน
เจ้าชายแห่งความเหงา จึง รู้สึกได้ถึงความอึดอัด ความเหงาได้
แผ่ซ่านขึ้นมาในใจของเจ้าชายอีกครั้ง ...

เจ้าหญิงแห่งความอ่อนไหว
รู้เพียงแต่ว่า
ผู้ชายคนนี้คือ คนที่พร้อมจะดูแลเธอ พูดคุยกับเธอ และ
อยู่กับเธอบนภูเขาแห่งนี้ คนสองคน ใจสองใจ เป็นความต่างที่ไม่ลงตัว
ความรักของเจ้าชายที่เคยเต็มเปี่ยมในใจ
วันนี้เหลือเพียงแค่ความรำคาญอึดอัดใจ 

ความรักของเจ้าหญิงที่ไม่เคยมีในใจ วันนี้กลับเปี่ยมล้นไปด้วยความรัก
เจ้าชายแห่งความเหงา เฉยชา กับ เจ้าหญิงแห่งความอ่อนไหว ไม่มีการพูดคุย
ไม่มีการมองตา ไม่มีการจับมือ เหมือนเคย

เจ้าหญิงแห่งความอ่อนไหว แอบร้องไห้เพียงลำพังทางด้านหนึ่งของภูเขา
เจ้าชายยืนอยู่อีกด้านหนึ่งเช่นกัน

 - - - ความเงียบ ความแห้งแล้ง เดียวดาย สายลมร้อน ได้พัดผ่านภูเขาลูกนี้ - - -

 ราวกับจะกลั่นแกล้งเจ้าหญิงแห่งความอ่อนไหว
ให้ชาชินกับความรู้สึก เดียวดายเฉกเช่นวันนี้
เจ้าชายแห่งความเหงาตัดสินใจ เดินทางจากไป ไม่มีแม้คำอำลา
เจ้าหญิงแห่งความอ่อนไหว ไม่พบแม้ใครบนภูเขาแห่งนี้ เธอร่ำไห้ อย่างน่าอาดูร
น้ำตาของเธอไหลรินมากมายเหลือเกิน จนทำให้มวลดอกไม้ที่ล้มตาย
ฟื้นกลับคืนมายืนต้นอีกครั้ง 

หล่อนจึงดำเนินชีวิต อย่างเคย ทำเหมือน
ไม่เคยมีใครเข้ามาเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตหล่อน แต่ความเศร้า
ก็พร้อมที่จะทำร้ายหล่อนได้เสมอ
เมื่อคิดถึงหรือนึกถึงเจ้าชายแห่งความเหงา เธอพึมพำกับมวลดอกไม้ เบาๆว่า
“ ความรักของฉันอยู่ไหน ”
 

เจ้าหญิงแห่งความอ่อนไหว ยังคงคิดถึงเจ้าชายแห่งความเหงาอยู่เสมอ
หากเธอก็ไม่โทษว่า เขาผิด
เฝ้าโทษตัวเองว่า เหตุใดเราจึงไม่รักเขาอย่างพอเหมาะ
เขาเป็นเพียงแค่ผู้ชายขี้เหงาคนหนึ่ง
ที่วันนึงเขาผ่านเข้ามาทำให้เราได้รู้จักรัก ได้รักให้เป็น

เขาเป็นเพียงแค่ผู้ชาย ผู้ชายไม่รักผู้หญิง
เอาแต่ใจเฉกเช่นหล่อนนักหรอก
การเฝ้าปลอบใจตัวเองของเจ้าหญิงแห่งความอ่อนไหว
คือบทเรียนของความรัก 

เพียงอยากให้ผู้หญิงทุกคนรู้ว่า ผู้ชายก็เป็นเพียงแค่มนุษย์ขี้เหงา
มีเพียงความเหงา ในหัวใจ ความรักของเขา ไม่เคยจีรัง
อย่าไปให้หัวใจของเราทั้งหมดแก่เขาเพราะเขาอาจดูแลได้ไม่ดีเท่าเราดูแล
จงดำเนินชีวิตอย่างปกติอยู่ร่วมกับความรักด้วยความพอดี
อย่าลืมดูแลดอกไม้ของเราด้วย
( ดอกไม้ในเรื่องนี้ฉันนิยามมันให้เป็นตัวตนของผู้หญิงทุกคน)

จงมีความสุขกับความรักและพร้อมที่จะ ยอมรับความจริง
ว่าเขาพร้อมที่จะจากเราไปทุกเมื่อ จง เป็น ปกติ 

ความ รัก แค่ ลม ร้อน วูบ หนึ่ง ที่ ผ่าน มา ทำ ให้ ใจ อ่อน ไหว อบ อุ่น
บาง คราว มัน ก็ กรีด หัว ใจ เรา ให้ ด้าน ชา และ แห้ง ผาก 

- - -  รักด้วยความพอเหมาะ รักให้เป็น  - - - 

ใครเคยกล่าวไว้ว่า การเริ่มต้น รักของผู้ชายมากมายนักด้วยรัก
การเริ่มต้นรักของผู้หญิง น้อยค่านัก หากเมื่อเวลาผ่านไป
ค่าของความรักในใจก็เปลี่ยนไป 

รักของผู้หญิงมากขึ้น แต่กลับกัน รักของเธอ มัน ไม่เหลือเลย
คงเป็นเพราะผู้หญิงอ่อนไหว และผู้ชายขี้เหงา
การเริ่มต้นและการสิ้นสุดของความรักนั้นจึง...ต่างกันอย่างสิ้นเชิง

สุดท้าย...ฉันก็แค่ผู้หญิงอ่อนไหว...เธอก็แค่ผู้ชายขี้เหงา 

Image Hosted by ImageShack.us

 
Foto 1 von 142
Laden...
Image Hosted by ImageShack.us
Image Hosted by ImageShack.us